มัทฉะยาเมะ ต่างจากมัทฉะทั่วไปยังไง?
มัทฉะยาเมะมีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในชาเขียวคุณภาพดีที่สุดของญี่ปุ่น รสชาติหวานละมุนต่างจากมัทฉะจากแหล่งอื่นอย่างไร?
ยาเมะกับประวัติศาสตร์ชาที่ยาวนานกว่า 600 ปี
เมื่อพูดถึงมัทฉะ หลายคนอาจนึกถึงมัทฉะจากอุจิหรือเกียวโต แต่รู้ไหมว่า ยาเมะ ในจังหวัดฟุกุโอกะ เริ่มปลูกชาตั้งแต่ยุคมุโรมาชิ (ค.ศ. 1336–1573) นานกว่า 600 ปีมาแล้ว โดยพระสงฆ์ชาวพุทธที่เดินทางกลับมาจากจีนพร้อมนำต้นชาและวัฒนธรรมการดื่มชามาเผยแพร่
ปัจจุบัน ยาเมะเป็นหนึ่งใน 3 แหล่งผลิตชาที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ร่วมกับอุจิ (เกียวโต) และชิสุโอกะ และเป็นแหล่งผลิตเกียวคุโระ (gyokuro) ชั้นนำของประเทศ
เทคนิคการบังแสง — สิ่งที่ทำให้ยาเมะพิเศษ
ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 20–30 วัน เกษตรกรในยาเมะจะคลุมต้นชาด้วยฟางหรือผ้าดำเพื่อกรองแสงแดด เทคนิคนี้เรียกว่า 覆下栽培 (Kabuse-saibai) ช่วยให้ใบชาสังเคราะห์ L-Theanine มากขึ้น ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ให้รสหวานละมุนและความรู้สึกผ่อนคลาย
ผลลัพธ์คือใบชาสีเขียวเข้มเป็นพิเศษ เมื่อบดเป็นผงมัทฉะจะได้สีเขียวสดสวย กลิ่นหอมอ่อนๆ และรสชาติที่เนียนนุ่มไม่ขมกร่อย
มัทฉะยาเมะ vs มัทฉะจากแหล่งอื่น
มัทฉะอุจิ (เกียวโต) มักมีรสฝาดและกลิ่นชาที่เข้มข้น เหมาะสำหรับพิธีชาแบบดั้งเดิม ส่วนมัทฉะยาเมะมีรสหวานนุ่มและกลิ่นละมุนกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มชื่นชอบมัทฉะหรือต้องการสัมผัสความประณีตของชาญี่ปุ่นโดยไม่รู้สึกขม
นอกจากนี้ การได้ชิมมัทฉะถึงที่ผลิตจริงที่ยาเมะ ยังทำให้สัมผัสได้ถึงความสดใหม่ที่ต่างจากมัทฉะที่ผ่านการขนส่งมาหลายพันกิโลเมตร
สถานที่ที่ต้องไปในยาเมะ
Hoshino Seichaen (星野製茶園) คือหนึ่งในไร่ชาที่มีชื่อเสียงที่สุดในยาเมะ ที่นี่คุณสามารถเดินชมไร่ชา เรียนรู้กระบวนการผลิตมัทฉะ และชิมชาสดจากแหล่งผลิตโดยตรง ถือเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากการซื้อมัทฉะในห้างสรรพสินค้า